Call Us : +123-456-789

คุก7โจ๋รุมฆ่าชายพิการ12-19ปี ทนายยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษ

Home  >>  news  >>  คุก7โจ๋รุมฆ่าชายพิการ12-19ปี ทนายยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษ

คุก7โจ๋รุมฆ่าชายพิการ12-19ปี ทนายยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษ

   news   December 27, 2017  Comments Off on คุก7โจ๋รุมฆ่าชายพิการ12-19ปี ทนายยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษ

ศาลสั่งจำคุกอ่วมคนละ 12-19ปี คดี 7 โจ๋รุมฆ่าชายพิการขายขนมปัง ให้ชดใช้เงินค่าขาดไร้ผู้อุปการะ-ค่าปลงศพ รวม 5 แสนบาท ด้านทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลเพิ่มโทษ ส่วนแม่เหยื่อเตรียมเผาศพลูกชาย

เมื่อเวลา 11 .00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีฆ่าชายพิการ หมายเลขดำ อ.2186/59 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ และนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดา โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายพีรพล หรือ เปา ยศพงศ์อนันต์ อายุ 22 ปี นายอัครเดช หรือ อั๋น ทัศนะ อายุ 23 ปี นายมนต์มนัส หรือ เต้ย แสงโพธิ์ อายุ 22 ปี นายจตุพร หรือ เบียร์ จันทร์โสภา อายุ 19 ปี นายเมฆ พลไกรษร อายุ 20  ปี นายอรินทร์ หรือ เตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปี และ น.ส. ณัฐณิชา หรือ เกมส์ ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 19 ปี เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร 

โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 59 บรรยายพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2559 เวลากลางวัน  จำเลยได้ร่วมกันพกพาอาวุธมีดปลายแหลมยาว 27 นิ้ว, อาวุธมีดหัวตัดยาว 21 นิ้ว และมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว อย่างละ 1 เล่ม  ติดตัวไปในบริเวณ ซอยโชคชัย 4 แยก 69 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. แล้วบุกรุกเข้าไปบ้านเลขที่ 5 ซึ่งเป็นบ้านของนางธันยชนก ศรีจันทร์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของ นายสมเกียรติ์ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการ อาชีพส่งขนมปังร้าน”ปังหอม” ย่านโชคชัย 4 โดย แล้วร่วมกันใช้อาวุธมีด ฟัน แทง และปาก้อนอิฐตามศีรษะ ร่างกายของนายสมเกียรติ์ซึ่งได้ใช้มีดปลายแหลมยาว 32 นิ้วเข้าต่อสู้ป้องกันตัว เป็นเหตุให้นายสมเกียรติ์ถึงแก่ความตายสมดังเจตนา แล้วพากันหลบหนีไป 
       
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัยติดตามจับกุมพวกจำเลยได้พร้อมมีดปลายแหลม 2 เล่ม อิฐบล็อก ขนาด 4 คูณ 10 นิ้ว 1 ก้อน เสื้อเชิ้ตกับยังได้เอามีดยาว 32 นิ้ว ที่นายสมเกียรติ์ใช้ต่อสู้ป้องกันตัวไว้เป็นของกลางดำเนินคดี โดยพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดีมาโดยตลอด และศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำตั้งแต่วันถูกจับกุมมาฟังคำพิพากษา

ขณะที่วันนี้นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ์ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ และญาติเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอาญาอ่านพิพากษาคดีโจ๋ฆ่าคนพิการ นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ผ่านมากว่า 1 ปี จากการนำสืบพยานผู้ต้องหาทั้งหมดไม่เคยแสดงความรับผิดชอบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและยังคงปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา  แต่จากการสืบพยานทำให้ทราบว่ามีจำเลย 4 คนที่ก่อเหตุ ส่วนที่เหลือพบว่าไม่ได้เข้าไปร่วมก่อเหตุ เพราะเหตุที่เกิดต่างกรรมต่างวาระก็แล้วแต่กระบวนการยุติธรรมของศาลที่จะใช้ดุลพินิจในการตัดสิน แต่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็หวังว่าผู้ที่ก่อเหตุจะได้รับโทษ แต่ก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล

โดยนางทองคำ เปิดเผยว่า ครอบครัวพร้อมรับคำตัดสินของศาล เพราะผ่านมากว่า 1 ปีครอบครัวก็ทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะนี้ก็รู้สึกโกรธ เกลียดอาฆาต กลุ่มจำเลยน้อยลง ทั้งที่ไม่เคยแสดงคำขอโทษหรือชดใช้ค่าเสียหาย อาจเป็นเพราะยังไม่มีวุฒิภาวะ จึงทำได้แต่เพียงทำใจให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมา และก็พร้อมยอมรับคำตัดสินของศาล และอยากฝากบอกว่าอย่าไปก่อเหตุลักษณะนี้อีกเพราะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

โดยศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายที่นำสืบโดยละเอียดแล้วเห็นว่า คดีนี้มีพยานบุคคล พยานวัตถุภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันเป็นหลักฐานมั่นคงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเช้า เวลา 08.00 น – 09.00 น. มีแสงสว่างเพียงพอ รวมทั้งมีกล้อง CCTV ของกรุงเทพมหานครและภาพจากกล้องมือถือจากพยานซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดเชื่อว่า พยานโจทก์เบิกความไปตามจริงเห็นว่า พวกจำเลยทั้งเจ็ดกระทำผิดจริง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม  

พิพากษาความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุกจำเลยที่ 1 ,2 ,3  และ6 คนละ  18 ปี, ฐานบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานผู้อื่น จำคุกจำเลยที่ 2, 4, 5 และ 6 คนละ 1 ปี, ฐานช่วยเหลือสนับสนุนอำนวยความสะดวกผู้อื่นกระทำผิด จำคุกจำเลยที่ 4  , 5 และ 7 คนละ 12 ปี, ฐานข้อหาพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ให้ปรับจำเลยที่ 1 – 6 คนละ 1,000 บาท 

สรุป คงจำคุกจำเลยที่ 1 และ 3 คนละ 18 ปี ปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และ 6 รวมโทษจำคุกคนละ 19 ปี ปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 4, 5 และ 7 จำคุกคนละ 12 ปี ปรับจำเลยที่ 4 – 5 คนละ 1,000 บาท นอกจากนี้ให้จำเลยที่ 1-7 ร่วมกันชดใช้เงินให้กับโจทก์ร่วมค่าขาดไร้ผู้อุปการะจากการกระทำละเมิด และค่าปลงศพรวมเป็นเงิน 5 แสนบาท 

ภายหลัง นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ระบุว่า คดีนี้ตนเองชี้แจงตั้งแต่ต้นแล้วว่า พฤติการณ์ของกลุ่มจำเลยเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่แจ้งข้อหานี้ตั้งแต่ต้น ทำให้กลุ่มจำเลยได้รับโทษน้อยกว่าที่ควร แต่ทั้งนี้ก็น้อมรับในคำพิพากษาของศาล และเตรียมที่จะอุทธรณ์คดี ในประเด็นของอัตราโทษที่น้อยเกินไป อยากให้ศาลมีการเพิ่มโทษให้มากกว่านี้ 

ด้าน นางทองคำ ศรีจันทร์  ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ์  ผู้ตาย กล่าวขอบคุณที่ศาลตัดสินให้ความเป็นธรรม และจากนี้จะหารือ กับญาติว่าจะฌาปนกิจศพนายสมเกียรติ์ในวันใด เพราะตั้งใจไว้ว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาคดีแล้วจึงจะกำหนดวันเผาศพของนายสมเกียรติ์ต่อไป

Comments are closed.